ชมสวนเพียร ... เมื่อทุกก้าวเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องเล่าเดียวกัน

Share

ชมสวนเพียร ... เมื่อทุกก้าวเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องเล่าเดียวกัน


     สวนแห่งการเรียนรู้ในปีนี้ไม่ได้แบ่งเป็นแปลงเล็กแปลงน้อยเหมือนปีก่อน ๆ แต่เปิดให้ดอกไม้ทุกช่วงวัยเปล่งบานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เดินเข้าไปได้เห็นทั้งสวน ได้ยินเสียงหัวเราะ เสียงทักทาย เสียงอธิบายผลงานที่ดังแทรกกันไปมาจากทุกมุม
  

     จากเดิมวันชมสวนเพียรเป็นการนำเสนอผลงานตามสาระวิชาโดยแยกพื้นที่การนำเสนอไปตามจุดต่าง ๆ ปีนี้โรงเรียนได้ปรับรูปแบบด้วยการนำความเพียรของเด็ก ๆ ทุกระดับชั้นมารวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน

     สิ่งที่นำเสนอมีทั้งผลงานทางวิชาการ รวมถึงเรื่องราวในชีวิตที่เด็กแต่ละคนเลือกมาเล่าให้เห็นว่า กว่าจะก้าวข้ามเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ พวกเขาต้องฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอย่างไร

     เพราะความเพียรไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน แต่อยู่ในวิถีชีวิตที่เด็ก ๆ เลือกฝึก เลือกทำเพื่อพาตัวเองก้าวไปข้างหน้า นี่คือวิชาชีวิตที่สำคัญที่ค่อย ๆ ปรากฏเมื่อได้ฟังเรื่องราวระหว่างทางของพวกเขา

     การปรับเปลี่ยนนี้กลายเป็นบทเรียนเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้ฝึกปรับตัวกับสิ่งที่ไม่คาดคิด เพราะโลกข้างหน้าก็คงไม่ต่างกัน และการยกดอกไม้ทั้งสวนมารวมกันก็เป็นของขวัญให้ผู้ปกครองโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะนอกจากจะได้ดูผลงานของลูกในชั้นตัวเองแล้ว ยังได้แวะดูผลงานของเด็กชั้นอื่นไปด้วย

     พอย้อนกลับไปดูผลงานของน้อง ๆ ม.1 ม.2 ใจก็แว่บนึกถึงลูกตัวเองตอนอยู่ชั้นเล็ก ๆ ภาพความเติบโตที่เคยมองไม่ชัดผุดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ลองนึกเทียบกับปีก่อน และยิ่งได้เห็นฝีมือของพี่ ๆ ที่โตกว่า ก็ยิ่งอุ่นใจว่า ความเพียรที่ปลูกฝังกันมาตั้งแต่เล็ก สักวันหนึ่งจะผลิดอกออกผลให้ได้ชื่นใจจริง ๆ
  

     บรรยากาศวันนั้นคึกคักไปด้วยเสียงผู้ปกครองต่างระดับชั้นที่ไม่ค่อยได้คุยกัน ต่างคนต่างชื่นชมผลงานของเด็ก ๆ ให้กำลังใจกันไปมา ทั้งกำลังใจที่ส่งถึงลูกให้พากเพียรต่อ และกำลังใจที่ย้อนกลับมาเตือนตัวเองให้พัฒนาต่อไปเช่นกัน สิ่งที่มองเห็นจึงไม่ใช่แค่ผลงานที่จัดวางอย่างสวยงาม แต่คือ “กระบวนการ” ที่กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ มีความพยายาม ความเหนื่อย ความท้อที่แฝงด้วยความสุขมาตลอดทาง

     ความเพียรนั้นไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว เมื่อทั้งนักเรียนและคุณครูผลัดกันเปิดใจเล่าเรื่องของตัวเอง
  

     หัวหน้าห้องคนหนึ่งเล่าว่า สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การดูแลความเรียบร้อยในห้อง แต่คือการเลือกระหว่าง “หน้าที่” กับ “มิตรภาพ” ช่วงแรกที่กังวลจนไม่กล้าตัดสินใจ แต่เมื่อได้ลองผิดลองถูกและพูดคุยกับคุณครู จึงค่อย ๆ เรียนรู้ว่าบางครั้งต้องให้หน้าที่มาก่อน แม้อาจทำให้เพื่อนไม่พอใจบ้าง สิ่งนี้เองที่หล่อหลอมให้เขาโตขึ้นทั้งในเรื่องความคิดและการวางตัว

     อีกคนเล่าถึงวิชาภาษาอังกฤษที่ไม่ชอบมาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อรู้ว่าต้องใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ทุ่มเทจนค่อย ๆ พัฒนาดีขึ้น อีกด้านคือ “การวิ่ง” ที่เริ่มจากการออกกำลังกาย จนเป็นบทฝึกวินัยในตัวเอง ค่อย ๆ ฝึกตื่นมาวิ่งทุกเช้าจนจัดการเวลาชีวิตได้ดีขึ้น

     เด็กหญิงอีกคนพูดอย่างถ่อมตัวว่าไม่ใช่คนมีแพชชั่น แต่ทำสิ่งต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพราะมองว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แม้บางวันจะเหนื่อยหรือท้อ ก็ยังเลือกทำต่อจนสำเร็จ อย่างตอนเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องใช้ความอดทนสูง กับบทเรียนที่ฟังแล้วใจฟู ไม่จำเป็นต้องมีไฟลุกโชนตลอดเวลา แค่ไม่หยุดทำ ก็ไปถึงปลายทางได้เหมือนกัน
และความเพียรก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เด็กนักเรียน

     คุณครูท่านหนึ่งเล่าถึงช่วงเริ่มทำงานใหม่ ๆ ที่รู้สึกกดดันจนอยากลาออก เพราะมักเอาจุดแข็งของคนรอบตัวมาเปรียบเทียบกับตัวเอง จนวันหนึ่งได้กลับมาทบทวนตัวเอง ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ การยอมรับตรงนี้เองที่ทำให้พบความสุข และยังคงพัฒนาตัวเองต่อไปในจังหวะของตัวเอง

     บรรยากาศสงบเงียบเมื่อเข้าสู่พิธีขอขมาพระอาจารย์ชยสาโร และท่านเมตตาแสดงธรรม ชวนให้เห็นว่าการฝึกใจก็ไม่ต่างจากการออกกำลังกาย ต้องอาศัยการก้าวข้ามความเกียจคร้านและความเบื่อหน่ายไปทีละนิด ไม่มีทางลัดที่จะข้ามขั้นตอนนี้ไปได้

     ท่านยังชวนให้มองเห็นคุณค่าในตัวเอง และใช้สติเป็นเครื่องมือรู้เท่าทันอารมณ์ด้านลบที่ผุดขึ้นมาในแต่ละวัน เพราะความเพียรไม่ได้วัดกันในวันที่ไฟแรง แต่วัดกันในวันที่ใจไม่มีแรง แล้วยังเลือกทำความดีต่อไปได้ไหม ความมั่นคงตรงนี้เองที่จะค่อย ๆ สร้างศักยภาพที่แท้จริงให้กับชีวิตในระยะยาว
  

     ปิดท้ายด้วยข้อความจากครูเปาถึงผู้ปกครอง ชวนให้ร่วมมือกัน ใจแข็งและมีวินัยมากขึ้นอีกนิด เพื่อฝึกให้เด็ก ๆ พึ่งพาตัวเองได้ และพร้อมรับมือกับโลกที่ไม่ง่ายในวันข้างหน้า ปิดเทอมจึงไม่ใช่การหยุดเรียนรู้ แต่เป็นช่วงฝึกฝนตัวเองต่อเนื่อง และคนสำคัญที่สุดในการฝึกฝนนั้นคือ “ตัวนักเรียนเอง” ที่ต้องมีวินัยและตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง แม้ไม่มีใครคอยเตือน

     งานชมสวนเพียรในปีนี้อาจดูแตกต่างไปจากทุกครั้งที่ผ่านมา แต่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาเมื่อได้เห็นดอกไม้แต่ละดอกในสวนได้ผลิบานในจังหวะของตัวเอง ดอกไม้ทุกดอกล้วนบอกเล่าเรื่องราวเดียวกัน ความเพียรไม่เคยเรียกร้องความยิ่งใหญ่ ขอแค่ก้าวเล็ก ๆ ที่ไม่หยุดทำซ้ำในทุกวันธรรมดา ก็เพียงพอแล้วที่จะพาเราไปถึงปลายทาง
____________

ขอบคุณเรื่องเล่าจากแม่เจี๊ยบ (นีร ม.๓)
และขอบคุณภาพถ่ายจากผู้ปกครองอาสาทุกระดับชั้นค่ะ
____________

รับชมรูปภาพเพิ่มเติมได้ ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง